Relative cause / Relative pronoun


Relative clause ก็คือ ประโยคที่มี relative pronoun แทนนามข้างหน้า มันมีไว้เพื่อไปขยายคำนามหรือสรรพนามที่อยู่หน้ามันนั่นเอง
Relative pronoun เช่น who/that/which/whom/whose ก็แปลว่า ที่,ซึ่ง,อัน

Relative Cause มี 2 ประเภท

1. Defining relative clause คือ ประโยคที่ใช้ขยายคำนามหรือสรรพนามข้างหน้านั่นเอง เพื่อให้ประโยคด้านหน้ามีใจความที่ชัดเจน และสมบูรณ์มากขึ้น

  1. Non-defining relative clause คือ ประโยคที่ขยายคำนามข้างหน้าเหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นต่อประโยคข้างหน้า เพราะว่า ประโยคข้างหน้ามีคำนามที่เรารู้อยู่แล้ว ว่าหมายถึง ใคร หมายถึงอะไร

Defining relative จะแบ่งเป็น 4 แบบ ตามหน้าที่ของ relative pronoun ในประโยค

1. Subject – ทำหน้าที่เป็น ประธาน ของประโยค

a. Subject เป็น คน เราจะใช้ relative pronoun = who / that

เช่น Ex1 :A student who/that works hard usually pass the exam. = นักเรียนคนที่ขยัน สอบผ่าน

เราสามารถแยกประโยค ได้เป็น

– ประโยคหลัก= A student usually passes the exam. เป็นประโยคหลัก

– ประโยครอง = He works hard. เป็นประโยครอง ที่ไว้ขยายประโยคหลัก เพราะถ้าเราไม่ใส่ประโยคนี้ ก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่า นักเรียนคนไหนที่สอบผ่าน เมื่อมีประโยคย่อยนี้มาขยาย ก็จะทำให้รู้ว่า เป็นนักเรียนคนที่ขยัน

He ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยครอง ซึ่ง he แทนคำว่า a student ซึ่งเป็นคน ดังนั้น จึงใช้ who/that มาเป็น relative pronoun

Note: 1. หลัง relative pronoun จะเป็น ประโยครองเสมอ ในที่นี่คือ

2.หน้า relative pronoun ก็คือ ตัวที่มันไปแทน ในที่นี่ก็คือ who/that ทำหน้าที่เป็นประธานของ works แทนคำว่า A student

Ex2 : We like the man who/that teaches us French. = พวกเราชอบผู้ชายที่สอบภาษาฝรั่งเศษให้พวกเรา

เราสามารถแยกประโยค ได้เป็น

– ประโยคหลัก = We like the man. เป็นประโยคหลัก

– ประโยครอง = He teaches us French.เป็นประโยครอง เพื่อขยายว่า พวกเราชอบผู้ชายที่สอนภาษาฝรั่งเศษ เพราะถ้าไม่มีประโยคนี้ เราก้จะไม่รู้ว่า พวกเราชอบผู้ชายคนไหน

He ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคที่นำมาขยาย We like the man.

b. Subject เป็น สัตว์ , สิ่งของ relative pronoun = which / that

Ex1: The car which/that is going past now belongs to me. = รถยนต์คันที่ผ่านไปเมื่อกี้เป็นรถของฉัน

เราก็จะแยกประโยคได้เป็น

           – ประโยคหลัก = The car belongs to me.

            – ประโยครอง = It is going past now.

It ทำหน้าที่เป็นประธาน และแทนคำว่า The car ซึ่งเป็นสิ่งของ เราจึงใช้ which หรือ that มาใช้ในการทำ relative clause

ประโยคนี้หากไม่เพิ่ม ว่า รถที่เพิ่งผ่านไปตะกี้ เข้ามา เราก็จะไม่รู้ว่า รถยนต์คันไหนเป็นของฉัน

Ex2: We went to a shop which/that sells imported clothes. = พวกเราไปที่ร้าน ซึ่งขายเสื้อผ้านำเข้า

แยกประโยคได้เป็น

           – ประโยคหลัก = We went to a shop.

            – ประโยครอง = It sells imported clothes.

It ทำหน้าที่เป็นประธาน และแทนคำว่า a shop ในที่นี่ถ้าเราไม่มีประโยครอง เราก็จะไม่รู้ว่า พวกเราไปที่ร้านไหน ประโยคที่ว่า ร้านขายเสื้อผ้านำเข้า จึงมาขยายประโยคหลัก

2. Object(of verb)- ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค ในกรณีนี้ เราสามารถละ relative pronoun ได้เมื่อ relative pronoun ทำหน้าที่เป็น object(กรรม) ของประโยค

a. Object เป็นคน เราจะใช้ relative pronoun = whom / that

Ex1: The man (whom/that) you met last week came here yesterday. = ผู้ชาย ที่คุณพบอาทิตย์ที่แล้ว มาที่นี่เมื่อวานนี้

Note : ในที่นี่ (whom/that) หมายถึง สามารถ ใช้ whom หรือ that หรือ ละทั้งสองอย่างก็ได้

แยกประโยคได้เป็น

– ประโยคหลัก = The man came here yesterday

– ประโยครอง = You met him last week.

him ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยครอง ซึ่งแทนคำว่า the man เราจึงใช้ whom/that มาเป็น relative pronoun ใน ประโยคนี้ถ้าไม่มีประโยครองมาขยาย ก็จะทำให้เราไม่รู้ว่า ผู้ชายที่มาที่นี่เมื่อวานนี้เป็นใคร เมื่อมีประโยครองมาขยาย ทำให้เรารู้ว่า ผู้ชายที่มาที่นี่เมื่อวานนี้ เป็นคนที่คุณพบอาทิตย์ที่แล้ว

b. Object เป็นสัตว์ , สิ่งของ เราจะใช้ relative pronoun = which / that

Ex1: The car (which/that) we have just bought cost 30,000 baht. = รถที่พวกเราเพิ่งซื้อ ราคา 30,000 บาท

แยกได้เป็น

– ประโยคหลัก = The car cost 30,000 baht.

– ประโยครอง = We have just bought it.

ในที่นี่ it แทน คำว่า The car มีหน้าที่เป็นกรรม ทำให้รู้ว่ารถราคา 30,000 บาทคือคันไหน

Ex2: I like the picture (which/that) you paint. = ฉันชอบภาพที่คุณวาด

แยกได้เป็น

– ประโยคหลัก = I like the picture.

– ประโยครอง = You paint it.

It ทำหน้าที่เป็นกรรม แทน the picture เพื่อขยายว่า ฉันชอบรูปไหน

Note: ถ้าเราให้ประโยคหลัก = You paint the picture และ

ประโยครอง = I like it. ก็จะได้ relative clause เป็น You paint the picture (which/that) I like. ได้ ความหมายที่เปลี่ยนไป คือ คุณวาดภาพที่ฉันชอบ จะคนละความหมายกะข้างต้นที่ว่า ฉันชอบภาพที่คุณวาด ดังนั้นเราจะให้ประโยคใดเป็นประโยคหลัก ก็ขึ้นอยู่กับความหมายที่เราต้องการสื่อ

3. Possessive – ทำหน้าที่ แสดงความเป็นเจ้าของ

a. ถ้าแทน คน เราจะใช้ relative pronoun = whose + Noun

Ex1: That is the man whose son goes to my school. = นั่นคือผู้ชาย ซึ่ง ลูกชายของเขาไปที่โรงเรียนฉัน

แยกประโยคได้เป็น

– ประโยคหลัก = That is the man.

– ประโยครอง = His son goes to my school.

ในที่นี่ his แสดงความเป็นเจ้าของที่ว่า ของคำว่า the man จึงใช้ whose +noun ซึ่ง noun ในที่นี่ก็คือ นามที่ถูกเป็นเจ้าของ ได้แก่ son ถ้า ไม่มีประโยครองมาขยาย เราก็จะไม่รู้ว่า เผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เมื่อมีประโยครองมาขยายทำให้รู้ว่า ผู้ชายคนนั้นคือ ผู้ชายคนที่มีลูกชายไปที่โรงเรียนของฉัน

Ex2: Where is the student whose books we borrowed? = นักเรียน ซึ่งพวกเรายืมหนังสือของเขา อยูที่ไหน

แยกได้เป็น

– ประโยคหลัก = Where is the student?

– ประโยครอง = We borrowed his books.

His แสดงว่าเป็นเจ้าของของหนังสือ แทนว่าคำว่า the student เราจึงใช้ whose+noun ในที่นี่ noun ก็คือ books ซึ่ง ประโยครองมาช่วยขยายประโยคหลัก เพื่อให้รู้ว่า เป็นนักเรียนคนไหน ถ้าไม่มีประโยครอง เราก็ไม่รู้ว่า เป็นนักเรียนคนที่เรายืมหนังสือของเขา

b. ถ้าแทน สัตว์ , สิ่งของ เราจะใช้ relative pronoun = the noun + of which + verb หรือ of which + subject + verb (+object)

Ex1: – We are going to buy the house the roof of which is green

– We are going to bug the house of which the roof is green.

– We are going to buy the house with the green roof

              = เราจะซื้อบ้านที่มีหลังคาสีเขียว

            3 ประโยคข้างบนมีค่าเท่ากัน จะใช้ประโยคใดก็ได้ แต่จะนิยมใช้อันที่สามมากกว่า

                                                แยกได้เป็น

– We are going to buy the house.

Its roof is green.

ประโยครองทำให้รู้ว่า เราจะซื้อบ้านหลังไหน ในที่นี่ก็คือ บ้านที่มีหลังคาสีเขียว

4. Object after preposition – ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค ซึ่งอยู่หลัง บุพบท (prep.)

a. ถ้าแทน คน เราจะใช้ relative pronoun จะใช้ได้ 2 กรณี

i. (Whom/that)… + prep. กรณีนี้สามารถละ whom/that ได้

ii. Prep+whom

Ex1: The man (whom/that) the book was written by is dead now. = ผู้ชายคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ตาย

แยกได้เป็น

– ประโยคหลัก = The man is dead now.

– ประโยครอง = The book was written by him.

ในที่นี่ whom/that แทน the man ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยครอง และตามหลังprep.ในที่นี่คือ by ถ้า ไม่มีประโยครองมาขยาย ก็จะไม่รู้ว่า ผู้ชายที่ตายคือผู้ชายคนไหน เพราะฉะนั้น ประโยคที่เพิ่มเข้ามาจึงเป็นตัวขยายที่ว่า เขาคือคนที่เขียนหนังสือเล่มนั้น เราสารถเขียน relative clause ได้อีกแบบ
โดยการนำ prep มาไว้ข้างหน้า ตามด้วย relative pronoun. คือ

The man by whom the book was written is dead now.

b. ถ้าแทน สัตว์ , สิ่งของ เราจะใช้ relative pronoun = the noun + of which + verb หรือ of which + subject + verb (+object)

i. (Which/that)… + prep.กรณีนี้สามารถละ whom/that ได้

ii. Prep+which

Ex1: The house we live in is in Soi12. = บ้านที่พวกเราอยู่ อยุ่ในซอย 12.

แยกได้เป็น

– ประโยคหลัก = The house is in Soi12.

– ประโยครอง = We live in it.

It ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยครอง ซึ่งอยู่หลัง prep ในที่นี่คือ in ประโยครองมาขยายเพื่อบอกว่า บ้านหลังไหนที่อยู่ในซอย 12 เพราะฉะนั้น ประโยคที่เพิ่มเข้ามาทำให้ขยายได้ว่า เป็นบ้านที่พวกเราอาศัยอยู่

Note :ในประโยคตัวอย่าง เป็นการละrelative pronoun (which/that) ไว้

Summary

คน

สัตว์ , สิ่งของ

subject

who/that

which/that

Object

(whom/that)

(which/that)

Possessive

whose+N

the + Noun+of which + Verb

of which + S+V

Object after prep.

(whom/that)…prep

prep+whom

(which/that)…prep

prep+which

Non-defining relative clause คือ ประโยคที่ขยายคำนามข้างหน้าเหมือนกัน แต่ไม่จำเป็นต่อประโยคข้างหน้า เพราะว่า ประโยคข้างหน้ามีคำนามที่เรารู้อยู่แล้ว ว่าหมายถึง ใคร หมายถึงอะไร

วิธีการสังเกตว่า เป็น non-defining relative (ถ้าเข้ากฎ 3 ข้อนี้ แสดงว่าเป็น non-defining)

1. ชื่อเฉพาะ

2. นามตัวนั้นมี this,that,these,those นำหน้า

3. นามตัวนั้นมี my,your,his,her …etc. นำหน้า

Note: ถ้านามตัวนั้น เป็นสิ่งที่ผู้พูด ผู้ฟัง รู้ว่า คืออะไร ก็จะถือว่าเป็น non-defining ทั้งหมด

วิธีการใช้

1. มี comma หน้าหลัง relative clause

2. ห้ามใช้ that

3. ห้ามละ relative pronoun ที่เป็น object หรือ object after prep.

4. ใช้แทน and+ประธาน

5. ใช้แทนทั้งประโยค

6. ใช้กับ quantity word

Non-defining relative clause

1. Subject

a.subject เป็นคน

Ex1: My friend’s uncle ,who works at the Ministy of Foreign Affairs, has gone to the USA. = ลุงของเพื่อนฉันผู้ซึ่งทำงานอยู่ที่กระทรวงต่างประเทศ ได้ไปสหรัฐอเมริกาแล้ว

จะ เห็นได้ว่า แค่พูดว่า ลุงของเพื่อนของฉัน ก็สามารถรู้แล้วว่าเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องมีคำขยายว่า ผู้ซึ่งทำงานอยู่ที่กระทรวงต่างประเทศ ก็ได้ ก็สามารถรู้ได้แล้วว่า ผู้พูดหมายถึงใคร ประโยคนี้จึงเป็น non-defining ดังนั้น จึงต้องใช้ comma หน้า และหลัง relative clause (ประโยคที่ขีดเส้นใต้)

b.subject เป็น สัตว์, สิ่งของ

Ex1: Bangkok ,which is the capital of Thailand, is 200 years old now.

จะเห็นได้ว่า คำว่า Bangkok เป็นคำที่เราก็รู้อยู่แล้ว มีอยู่แห่งเดียวในโลก เราไม่จำเป็นต้องมีประโยคมาขยายเพิ่ม จึงถือว่าเป็น non-defining

2. Object

a. Object เป็น คน

Ex1: John Smith, whom I met in Paris, has written three books.

b. Object เป็น สัตว์,สิ่งของ

Ex1: White elephants, which Thai people present to the king, are rare.

3. Possessive

a. เป็น คน

Ex1: This is Nick, whose wife teaches dancing.= นี่คือนิค ซึ่ง ภรรยาของเขาสอนเต้นรำ

ประโยคที่ขีดเส้นใต้เป็น non-defining เพราะ จะมีประโยคนี้หรือไม่มี ก็เข้าใจว่า นี่คือนิค คนฟังก็จะรู้ว่าคนพูดหมายถึงใคร

b. เป็นสัตว์ , สิ่งของ

Ex1: This film, of which the producer is a man of sixty, is very amusing. = ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งผู้สร้างมีอายุ 60 ปี น่าสนุกมาก

ในที่นี่ เรารู้อยู่แล้วว่า คนพูดหมายถึงหนังเรื่องไหน ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องมีประโยคที่ขีดเส้นใต้ มาขยายก้ได้

4. Object after prep.

a. เป็น คน

Ex1: John Smith, whom you spoke to yesterday, is a writer. = John Smith คนที่คุณคุยด้วยเมื่อวานนี้ เป็นนักเขียน

หรือ John Smith, to whom you spoke yesterday, is a writer. เราสามารถดึง prep มาไว้ข้างหน้า relative pronoun ได้เหมือนใน defining relative clause

b. เป็น สัตว์ , สิ่งของ

Ex1: Tokyo, which we have just learned about, is a big city

หรือ Tokyo, about which we have just learned, is a big city

Summary

คน

สัตว์ , สิ่งของ

subject

who

which

Object

whom

which

Possessive

whose+N

the + Noun+of which + Verb

of which + S+V

Object after prep.

whom…prep

prep+whom

which…prep

prep+which

5. ใช้แทน and+ ประธาน

Ex. The club has twenty members and they meet every month.

ถ้า they ในที่นี่แทน คำที่อยู่หน้า and ก็จะเข้ากฎข้อนี้ คือสามารถ เปลี่ยน and+ประธาน ให้เป็น relative pronoun ได้

ก็จะได้เป็น = The club has twenty members, who meet every month.

6. ใช้แทนทั้งประโยค

Ex. My brother had an accident when he was young, which made him lame. = น้องชายของฉันเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเขายังเด็ก ซึ่งทำให้ขาเขาพิการ

Which ในที่นี่ แทนทั้งประโยค My brother had an accident when he was young

7. ใช้กับ quantity words

เวลาจะเอามาทำเป็น non-defining จะใช้ในรูปของ

กรณี เป็น คน Quantity word + of + whom

กรณี เป็น สัตว์ , สิ่งของ Quantity word + of + which

Ex. There were twenty passengers in the bus and they were all injured.

= มี 20 ผู้โดยสารในรถบัสและพวกเขาทั้งหมดบาดเจ็บ

ในประโยคนี้มี quantity word คือ all จึงนำมาใช้เป็น non-defining clause ได้ว่า

There were twenty passengers in the bus , all of whom were injured.

ในที่นี่ เป็นคน จึงใช้ whom

 

ที่มา http://naweera.multiply.com/journal/item/3

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “Relative cause / Relative pronoun”

  1. น้ำตา Says:

    มันไมโกหกลิงซะใจพอยัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: